ครั้งหนึ่งของชีวิต เที่ยว Paris
ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นความฝันของใครหลายๆคน ว่าในชีวิตต้องไปท่องเที่ยวให้ได้ และหนึ่งในหลายล้านคน ดิฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีความใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปเที่ยวให้ ได้ และวันนี้อยากบอกว่า "ความฝันของดิฉันเป็นจิงแล้วค่ะ"
1. ประตูชัย "Arc de Triomphe"
"ประตูชัย" หรือชื่อในภาษาฝรั่งเศสว่า "Arc de
Triomphe" ซึ่งตั้งอยู่บนถนนช็อง-เอลิเซ่ส์ที่ตำบลเอตัวล์
บริเวณจตุรัสแห่งดวงดาว (Place de l'Etoile)
ประตูชัยสร้างและออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ "ช็อง ชาลแกร็ง" (Jean Chalgrin)
ด้วยการออกแบบแนวนีโอคลาสสิค ซึ่งมีส่วนผสมของศิลปะแบบโรมันอยู่ด้วย
สื่อความหมายถึงความสันติสุข
และความเป็นปึกแผ่นของราชอณาจักรฝรั่งเศสที่ยิ่งใหญ่ ประตู
ชัยเริ่มก่อสร้างในปี 1806 ในสมัย พระเจ้านโปเลียนที่1
เพื่อเป็นเกียรติแก่กองทัพฝรั่งเศสกับชัยชนะในยุทธการที่เอาส์เทอลิทซ์
แต่สร้างเสร็จในสมัยพระเจ้าหลุยส์-ฟิลลิปส์ ราวๆปีค.ศ 1836 นับเป็นสิ่งก่อ
สร้างที่ใช้เวลาสร้างยาวนานไม่น้อยประตูชัยมีความสูง 50 เมตร หนา 50 เมตร
และกว้าง 45 เมตร ภายใต้ซุ้มโค้งประดับด้วยโล่ 30 อัน
จารึกถึงการปฏิวัติที่สำคัญๆในฝรั่งเศส
รวมถึงสมรภูมิการรบของจักรพรรดินโปเลียนไว้ด้วย
ผนังด้านในจารึกชื่อของนายพล 558 ท่าน
โดยชื่อของผู้ที่เสียชีวิตในสนามรบจะถูกขีดเส้นใต้เอาไว้
นอกจากจะเป็นอนุสรณ์ถึงนายทหารที่ล่วงลับไปแล้ว
ที่ผนังด้านในใต้ส่วนโค้งมีการตกแต่งด้วยรูปสลักอันสวยงามต่างๆซึ่งล้วนเป็น
ศิลปะที่มีชื่อเสียง เช่น ผลงานชื่อ เดอปาร์ต เดส์ โวล็องติเอส (Depart des
Volontiers) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ลา มาร์แซย์แยส (La Marseillaise)
และผลงานเกี่ยวกับชัยชนะจากสมรภูมิทางทิศตะวันตกของพระเจ้านโปเลียน
ที่ตอนบนของส่วนโค้งเป็นภาพนูนต่ำ แสดงถึงพิธีศพของ
มาร์โซ (Marceau) สงคราม อาเล็กซานเดรีย (Alexandrie) ออสเตร์ลิทซ์
(Austerlitz) นอกจากนี้บริเวณภายใต้โค้งแห่งนี้
ยังใช้เป็นที่ฝังศพของทหารนิรนามในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 (Le tombeau du
Soldat Inconnu) ระหว่าง ค.ศ 1914-1918 ซึ่งยอมสละชีวิตเพื่อประเทศฝรั่งเศส
2 .พระราชวังแวร์ซายส์
พระราชวังแวร์ซายส์เป็นพระราชวังที่เก่าแก่
อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส แต่เดิมเป็นเพียงหมู่บ้านของชาวนา
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ซึ่งทรงเป็นนักล่าสัตว์ได้มาพบจึงสร้างเป็นสถานที่นัดพบในการล่าสัตว์
และได้มีการขยายออกไปทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งกลายมาเป็นปราสาท พระราชวัง
และมีการเลี้ยงฉลองกันเรื่อยมา
ปัจจุบัน
พระราชวังนี้เป็นสัญญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของศิลปะและราชสำนักฝรั่งเศส
สถาปนิกและวิศวกรรวมรวมทั้งมัณฑนากรหลายคน เช่น Le Vau, Mansart, Gabriel,
Le Brun, Le Nôtre ได้ช่วยกันก่อสร้าง ตกแต่ง
จนได้รับยกย่องว่าเป็นพระราชวังที่งดงามมาก ภายในพระราชวังมีภาพวาด
ภาพแกะสลักซึ่งแสดงให้เห็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสหลายสมัย
สถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่เซ็นสัญญาสงบศึกกับอเมริกา ในปี ค.ศ 1783 แว
ร์ซายส์
นับเป็นส่วนหนึ่งของแรงผลักดันที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส
เมื่อปี คศ 1789 ต่อมา ในปี ค.ศ 1815
พระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปป์ได้เปลี่ยนสภาพพระราชวังแห่งนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์
และใช้เป็นสถานที่ลงนามในสัญญาสงบศึกสงครามโลกครั้งที่ 1
ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตรกับเยอรมัน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1919
นอกจากเครื่องประดับที่เก่าแก่ และสูงค่าแล้ว
การจัดสวนก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่างดงามยิ่งนัก
เพราะมีการตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสีสวยงามมาก
โดยเฉพาะตอนฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ส่วนที่เป็นป่าสำหรับล่าสัตว์
ปัจจุบันใช้เป็นที่ๆให้ผู้เข้าชมไปเดินเล่นพักผ่อน
และมีม้าหินให้นั่งเล่นเป็นระยะๆสิ่งที่ผู้เข้าชมพระราชวังจะอดชื่นชมไม่ได้
คือ น้ำพุ มีน้ำพุมากมายและสวยงาม มีชื่อตามเทพเจ้ากรีกและโรมันต่างๆ เช่น
อพอลโล และลาโตนเป็นต้น
3.มงต์มาร์ทร์ (Montmarte & Sacre Couer Basilica)
4. หอไอเฟล
หอไอเฟลไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองปารีสเท่านั้น
หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสด้วย ดังนั้น
หากนักท่องเที่ยวคนใดไม่ได้ไปเยือนหอไอเฟล
ถือว่าไปไม่ถึงฝรั่งเศสเลยทีเดียว ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 60
ล้านคน ไปเยือนหอไอเฟล
โดยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมทัศนียภาพรอบกรุงปารีสได้
เพียงแค่ซื้อบัตรที่บูธซึ่งอยู่บริเวณฐานของหอไอเฟล
แล้วขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นต่าง ๆ ของหอไอเฟล
รูปภาพซึ่งเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น