วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

        

                  การกินอาหารและการปรับสมดุลร่างกาย

                             


       เมื่อเราทำการศึกษากันเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมของเรากันได้แล้วนะคะ 
-ตื่นนอนและเข้านอนให้เป็นเวลา
-สร้างนิสัยการกินที่ถูกต้อง
-ออกกำลังกายอาทิตย์ละสองถึงสามครั้ง
        และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คืออย่าลืมดูแลสุขภาพจิตกันด้วยนะคะ ซึ่งก็ทำไม่ยากเลยคะ เพียงแค่คุณหันมามองโลกในแง่ดี ใช้ธรรมมะ ทำจิตใจให้สบาย ไม่เครียด แค่นี้คุณก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจกันแล้วคะ




        การปรับสมดุลด้วยอาหาร จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่น่าฝึกฝนเรียนรู้ 
ดังรายละเอียดต่อไปนี้
       
             1. เพิ่มการรับประทาน ผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด และโปรตีนจากถั่วหรือปลา (สำหรับผู้ที่ไม่สามารถงดเนื้อสัตว์)

             2. ควรปรุงอาหารด้วยการต้มหรือนึ่ง ปรุงรสไม่จัดจนเกินไป ถ้าเป็นไปไ้ด้ ควรปรุงรสอยู่ในระดับประมาณ 10-30 % ของที่เคยปรุง
อาจปรุงมากหรือน้อยกว่านี้ตามความสมดุลพอดีของร่างกาย ณ ปัจจุบันนั้น ๆ ซึ่งตัวชี้วัดของความสมดุลพอดี คือ ความรู้สึุกสบาย
เบากาย มีกำลัง หรือถ้าผู้ที่ติดรสจัดมาก ก็ค่อย ๆ ลดรสจัดของอาหารลง ให้มากที่สุด เ้่ท่าที่จะพอรับประทานได้โดยไม่ลำบากนัก

              3. งดหรือลดการรับประทานอาหารที่หวานจัด เช่น ของหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องบำรุงกำลัง ผลไม้หรือน้ำผลไม้ที่หวานจัด
อาหารที่เค็มจัด เช่น ปลาร้า ผักดอง เนื้อเค็ม ไข่เค็ม อาหารที่ปรุงเค็มมาก และอาหารที่มีผงชูรสมาก

(มีการวิจัยของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า อาหารที่มีโซเดียมมากเกิืน เค็มจัดหรือมีผงชูรสมาก
ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง หัวใจโตน้ำหนักเพิ่ม ไตเสื่อม ภูมิต้านทานลด และรหัสพันธุกรรมผิดปกติ)

อาหารที่มีไขมันสูง เ่ช่น อาหารผัดทอด เนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง ได้แก่ เนื้อหมู วัว ควาย ไก่พันธุ์เนื้อ อาหารทะเล เป็นต้น
และอาหารที่ปรุงรสอื่น ๆ จัดเกินไป เช่น เผ็ด เปรี้ยว ขม ฝาด เป็นต้น

  ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ เครื่องดื่มบำรุงกำลังต่าง ๆ
นำ้หมัก ข้าวหมาก รวมถึงอาหารที่มีวิตามินน้อย แต่มีโซเดียมหรือไขมันสูงเกิน ได่แก่ อาหารแปรรูปหรือสำเร็จรูปต่าง ๆ
เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมอมขนมกรุบกรอบ ขนมปัง อาหารกระป๋อง ไส้กรอก หมูยอ กุนเชียง ปลาเค็ม เนื้อเค็ม ไข่เค้ม
ของหมักดอง อาหารทะเ้ล (จะมีทั้งไขมันและโซเดียมสูง) เป็นต้น

             4. หลักปฎิบัติ 4 อย่าง ในการรับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี
        4.1. ฝึกรับประทานอาหารตามลำดับ
        4.2. เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
        4.3. รับประทานในปริมาณที่พอดีรู้สึกสบาย
        4.4. กลืนลงคอให้ได้ เพราะอาหารสุขภาพมักจะไม่อร่อย ยกเว้น ผู้ที่มีบุญบารมีมากหรือผู้ที่ฝึกรับประทานบ่อย ๆจะรู้สึกอร่อยไปเอง


            การกินอาหารและการปรับสมดุลร่างกาย







  การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล

           กรณีที่มีภาวะร้อนเกิน

ดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น หรือที่เรียกว่า น้ำคลอโรฟิลด์สดจากธรรมชาติ/น้ำเขียว/น้ำย่านางน้ำย่านาง คลอโรฟิลด์สด

วิธีทำ
 ใช้สมุนไพรฤทธฺ์เย็น เช่น
- ใบย่านางเขียว 5-20 ใบ
- ใบเตย 1-3 ใบ
- บัวบก ครึ่ง-1 กำมือ
- หญ้าปักกิ่ง 3-5 ต้น
- ใบอ่อมแซบ (เบญจรงค์) ครึ่ง-1 กำมือ
- ผักบุ้ง ครึ่ง-1 กำมือ
- ใบเสลดพังพอน ครึ่ง-1 กำมือ
- หยวกกล้วย ครึ่ง-1 คืบ
- ว่านกาบหอย 3-5 ใบ เป็นต้น

จะใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันก็ได้ โขลกให้ละเอียดหรือ
ขยี้ผสมกับน้ำเปล่า 1-3 แก้ว (บางครั้งอาจผสมน้ำมะพร้าว น้ำตาล
น้ำมะนาว น้ำมะขาม ในรสไม่จัดเกินไป เพื่อทำให้ดื่มได้ง่ายในบางคน)
กรองผ่านกระชอน เอาน้ำที่ได้มาดื่ม ครั้งละประมาณ ครึ่ง-1 แก้ว
วันละ 1-3 ครั้ง ก่อนอาหารหรือ ตอนท้องว่างหรือดื่มแทนน้ำตอนที่รู้สึก
กระหายน้ำปริมาณการดื่มและความเข้มข้นของสมุนไพร อาจมากหรือ
น้อยกว่านี้ก็ได้ ตามความต้องการของร่างกาย ณ เวลานั้น ๆ โดยดูความ
พอดีได้จาก ความรู้สึกที่กลืนง่าย ไม่ฝืดไม่ฝืนไม่พะอืดพะอมและความสบายตัว


     กรณีที่ดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสดแล้วรู้สึกไม่สบาย 


ให้กดน้ำร้อนใส่น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นหรือนำไปต้มให้เดือด ก่อนดื่ม หรืออาจนำสมุนไพรฤทธ์ร้อนมาผสมก่อนดื่มก็ได้
เช่น นำน้ำต้มขมิ้น/ขิง/ตะไคร้ มาผสม เป็นต้น หรืออาจดื่่มสมุนไพรฤทธิ์ร้อนอย่างเดียวก็ได้ ถ้าดื่มแล้วรู้สึกสบาย


           เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับเกล็ดความรู้ที่นำมาให้ได้ศึกษากันในบลอกนี้ ต้องขอบคุณผู้รู้ในเวปไซต์ต่างๆด้วยนะคะ

ขอขอบคุณความรู้ต่างๆจากเวปไซต์ดังต่อไปนี้คะ
-http://health.kapook.com/view1700.html
-http://www.morkeaw.net/k-technic.html
และรูปภาพจาก http://www.google.co.th

   






          


                            เข้าใจชีวิตและร่างกาย


แค่เปลี่ยนความคิดชีวิตก็เปลี่ยน

ก่อนอื่นที่เราจะไปทราบถึงขั้นตอนต่างๆที่เรียกได้ว่าทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย สามารถทำได้ในการทำให้สุขภาพของเราดีนั้น
สิ่งแรกที่เราต้องทำคือต้องเปลี่ยนคะ 
- เปลี่ยนความคิด
- เปลี่ยนนิสัยในการกิน
- เปลี่ยนนิสัยในการนอน
:ซึ่งการเปลี่ยนที่กล่าวมานั้นต้องเปลี่ยนไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นไปตามทฤษฎีนะคะ






ช่วงเวลาของร่างกาย

         ช่วงเวลาของร่างกายที่เราควรทำการศึกษาก่อนที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆซึ่งการแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ ยังมีการไหลเวียนของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วยหัวใจ, เยื่อหุ้มหัวใจ, ปอด, ม้าม, ตับ ไต, กระเพาะอาหาร, ถุงน้ำดี, ลำไส้ใหญ่, ลำไส้เล็ก, กระเพาะปัสสาวะ, ระบบความร้อนของร่างกาย, การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี 12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า "นาฬิกาชีวิต" ต่อมเล็กๆ ในสมองของมนุษย์คือจุดควบคุมจังหวะสั่งการให้ร่างกายเคลื่อนไหวเป็นไปในลักษณะต่างๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน 
             ดังนั้น การดูแลควบคุมพฤติกรรมในแต่ละวันให้สัมพันธ์กับนาฬิกาภายในร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ให้ผลทั้งการควบคุม สมดุล ความปกติของสุขภาพ และสัดส่วนน้ำหนักและนี่คือสิ่งที่ควรรู้ 




     ช่วงเวลา นาฬิกาชีวิต และคำแนะนำ

         06:00 : หกโมงเช้าเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายตื่นตัวที่สุด

         07:00 : เหมาะสำหรับเป็นเวลาอาหารเช้า ระบบการย่อยอาหารจะทำงานได้ดีที่สุด สารอาหารแร่ธาตุและวิตามิน ต่างๆ จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างสมบูรณ์

         08:00 : เป็นช่วงเวลาที่เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวบ่อยที่สุดเพราะเลือดในร่างกายเข้มข้น เลือดมีโอกาสจับตัวอุดตัน จนเกิดอันตราย จึงควรฝึกทำสมาธิ นับลมหายใจ หรือฟังเพลง เลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด

         09:00 : สมองส่วนความจำจะทำงานได้ดีมากในช่วงนี้ เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องจำมากที่สุด

         10:00 : ถ้าเป็นไปได้ ควรนัดเจรจาเรื่องสัญญา การพูดจาระหว่างการสนทนาจะออกมาเป็นจุดเด่นในช่วงนี้

         11:00 : ร่างกายในช่วงที่สามารถให้ประสิทธิภาพได้สูงสุด หัวใจและระบบไหลเวียนของโลหิตทำงานได้เต็มที่ช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอนหรือต่อสู้กับสภาพของงาน มนุษย์จะทำได้ดีที่สุด

         12:00 : สมาธิเริ่มแย่ อุบัติเหตุในการทำงานจะเพิ่มมากขึ้น ถ้าไม่หยุดพักจะทำให้เกิดความเสียหาย

         13:00 : กระเพาะอาหารเตรียมทำงานด้วยการหลั่งกรดออกมา ต้องหาอะไรกินให้ได้ ไม่งั้นจะเสี่ยงต่อ โรคกระเพาะอาหาร

         14:00 : เป็นช่วงที่สมองซีกศิลปะทำงาน เหมาะสำหรับการคิดสร้างสรรค์ หรือทำงานฝีมือ งานอดิเรก

         15:00 : พลังงานแห่งการทำงานกลับมาอีกครั้ง ความจำขึ้นถึงสูงสุดอีกครั้ง ช่วงนี้น่าจะหาโอกาสเข้าพบเจ้านายเพื่อขึ้นเงินเดือนได้ ในช่วงนี้จิตใจจะไม่กลัวการเผชิญหน้าใดๆ

         16:00 : มนุษย์จะทนต่อความเจ็บปวดได้ดีที่สุดในชั่วโมงนี้ ถ้าจะไปทำฟันก็เลือกประมาณนี้ ถ้าทำได้ยาชาหนึ่งเข็ม จะมีผลพอๆ กับการได้รับ 3 เข็มเลยทีเดียว

         17:00 : แรงดันและการไหลเวียนของโลหิตจะเคลื่อนไหวได้ดีมาก เป็นเวลาที่เหมาะสมกับการเล่นกีฬาออกกำลังกาย กล้ามเนื้ออยู่ในช่วงที่แข็งแรงที่สุด และเมื่อได้ฝึกอย่างถูกวิธี ก็จะเกิดความแข็งแรงรวดเร็วมาก

         18:00 : ช่วงนี้ผู้คนจะเหนื่อยเพลียและขาดสมาธิมากกว่าช่วงเวลาชั่วโมงอื่นๆ เป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งที่สุด ต้องใช้ความระวังขณะขับรถอยู่บนถนน

         19:00 : สมองได้รับเลือดหล่อเลี้ยงมาก เมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะสามารถแก้ไขให้ลุล่วงดีได้เร็วมาก

         20:00 : เริ่มสดชื่นหลังการพักผ่อนที่ต้องกรำงานตลอดทั้งวัน จึงเป็นช่วงดีสำหรับการพบปะสังสรรค์ ใครที่อยากจะบอกรัก ขอใครแต่งงานควรจะทำในชั่วโมงนี้ โอกาสประสบความสำเร็จมีมากที่สุด

         21:00 : กระเพาะอาหารจะหยุดทำงานพอถึงช่วงเวลานี้ ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารหนัก เพราะไม่เช่นนั้น  ก็จะไปสะสมค้างในกระเพาะเกิดผลเสียหายตามมา

         22:00 : ความดันโลหิตจะลดลงพร้อมๆ กับอุณหภูมิของร่างกายที่ต่ำลง การนอนหลับก่อนเที่ยงคืนเป็นการหลับที่สนิท และช่วยให้การพักผ่อนอย่างเต็มที่มากกว่าช่วงอื่น

         23:00 : สมองทำงานน้อยลง ถ้าดูหนังสือช่วงนี้วันต่อไปก็จะจำไม่ได้เป็นส่วนใหญ่ ควรนอนหลับพักผ่อนดีที่สุด

         24:00 : ใครที่ยังไม่หลับควรให้โอกาสนี้สำหรับการสร้างสรรค์ จะเป็นงานเขียน วาดรูป หรือแต่งเพลง ล้วนเป็นช่วงเวลาที่วิเศษทั้งสิ้น เพราะสมองปลอดโปร่งคิดโน่นคิดนี่ได้ดีที่สุด
    
         01:00 : สมองเหนื่อยล้าถึงขีดสุด ร่างกายอยากพักผ่อนเต็มที่ แม้จะชาชินกับงานกลางคืนมาเป็นปี แต่พอเข้าชั่วโมงนี้จะรู้สึกว่าเหนื่อย เพลีย ง่วงที่สุด 1.00-3.00 น. เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อน ถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (Meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้ หน้าอ่อนกว่าวัย นอนจากร่างกายจะหลั่งมีราทินประจำแล้ว ยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (Endorphin) ออกมาด้วย จึงไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว

         02:00 : ฮอร์โมนเมลาโตนินถูกขับออกมามาก ทำให้คนเราเลื่อนลอยเหนื่อยล้าและมีโอกาสคิดสั้นฆ่าตัวตายมากที่สุด ดังนั้น ควรเลี่ยงเรื่องเครียดๆ หรือคิดหาเหตุผล ถ้าไม่นอนก็ควรฟังเพลงสบายๆ ดูหนังตลกๆ

         03:00 : ทุกอย่างในร่างกายแทบจะหยุดนิ่ง ร่างกายควรได้รับการพักผ่อนมากที่สุด

         04:00 : ร่างกายเริ่มตื่นขึ้นมาทำงานอีก เพราะมีฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งใช้ต่อสู้กับความเครียดหลั่งออกมา คนเป็นโรคหืดหอบจะมีปัญหากับการหายใจ

         05:00 : ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แก่ทั้งหลายควรตระเตรียมข้าวของให้พร้อมสำหรับชั่วโมงนี้ เพราะตามสถิติเด็กทารกจะคลอดออกมาลืมตาดูโลกระหว่างชั่วโมงนี้มากที่สุด

      ในเมื่อเรารู้เวลา และกระบวนการของการทำงานในร่างกายแล้ว เราควรดุแลสูขภาพตามหลักการทำงานของร่างกายกันนะค่ะ เพื่อสูขภาพที่ดีของตัวคุณเองและคนรอบข้าง   เพราะสุขภาพที่ดีไม่มีขาย อยากได้ต้องสร้างและรักษาด้วยตัวเราเองค่ะ 

 ขอขอบคุณความรู้ต่างๆจากเวปไซต์ดังต่อไปนี้คะ
-http://health.kapook.com/view1700.html
-http://www.morkeaw.net/k-technic.html
และรูปภาพจาก 
http://www.google.co.th


วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดท้ายบทที่4


                                                                  แบบฝึกหัดท้ายบทที่4

                คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อดังต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละสามชนิด

1.1 การบันทึกและการจัดเก็บข้อมูล
ตอบ 1.Flash   2.CD-ROm    3. ฮาร์ดดิสก์

1.2 การแสดงผล
ตอบ 1.อุปกรณ์ขับเสียง     2.หน้าจอ        3.Device
     
 1.3 การประมวลผล
ตอบ 1.เมนบอร์ด    2.Input storage     3.Area
     
1.4การสื่อสารและเครือข่าย
ตอบ  1.เร้าเตอร์    2.เก็ทเวย์    3.การ์ดเครือข่าย

      

2. .ให้นิสิตนำตัวเลขในช่องทางขวา มาเติมหน้าข้อความในช่องทางซ้ายที่มีความหมายสัมพันธ์กัน
8. ซอฟแวร์ประยุกต์
1.ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล
6. Information  Tachnology
2. e-Revenue
1. คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3.เทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
4. เทคโนโลยีสารสนเทศประกอบด้วย
4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3ส่วน ได้แก่ Sender  Medium และDocoder
3. ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประทิทธิภาพในการทำงาน
5.การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย
7. ซอฟแวร์ระบบ
6.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
9.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามรถเรียนรู้ได้ด้วนตนเองตามระดับความสามารถ
7.โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์
5. EDA
8.โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟแวร์ประเภท
10. การสื่อสารโทรคมนาคม
9.CAI
2.บริการชำระภาษีออนไลน์
10.ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ส่งแบบฝึกหัด


                               แบบฝึกหัด

                บทที่2 บทบาทสารสนเทศกับสังคม

      คำชี้แจง จงตอบคำถามต้อไปนี้

 1.ให้นิสิตหารายชื่อเว็ปไซต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บริการต่างๆตามหัวข้อเหล่านี้มาอย่างละ3รายการ

1.1  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา
       ตอบ http://www.dlf.ac.th มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
             -  เพื่อการเรียนรู้ของเด็กที่อยู่ห่างไกลได้เรียนรู้ และได้เห็นในสิ่งต่างๆนอกห้องเรียน ในเว็บไซต์นี้จะมีความรู้ต่างๆให้แก่เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่รวมอยู่ด้วย เป็นความรู้ต่างๆที่ควรค่าแก่การเข้าไปอ่าน และจะมีลิงค์ไปเว็บไซต์อื่นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาด้วย
         -  มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ยังมีรายการต่างๆมากมายที่น่าสนใจ และมีห้องสมุดความรู้รวมยู่ด้วย เหมาะแก่การเข้ามาหาอ่านอย่างยิ่ง

                http://www.reg.msu.ac.th มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
        -  เพื่อการลงทะเบียนเรียน การดูผลการศึกษาของนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดูตารางเรียน และหลักสูตรการเรียนการสอนที่ทางมหาลัยได้เปิดเรียนในแต่ละเทอมการศึกษา
                -  เพื่อให้พ่อแม่ พี่น้อง ของนิสิตมาวิทยาลัยมหาสารคามได้ตรวจดุผลการเรียนองลูกหลานตัวเองได้ ว่าการเรียนของลูกหลานเป็นอย่างไร


                http://www.ru.ac.th  มหาวิทยาลัยรามคำแหง
               - เพื่อให้บุคคลที่สนใจอยากศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อนการตัดสินใจ ซึ่งเว็บไซต์นี้ก็เปนอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้

1.2  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน
      ตอบ http://www.naewna.com แนวหน้า โลกธุรกิจ พาณิชณ์
                     - เพื่อไดรู้ข่าวสารต่างๆที่ทันต่อเหตการณืเี่กี่ยวกับธุรกิจและพาณิชย์ และได้ความรู้มากมายในด้านธุรกิจ พาณิชย์ เพื่อให้เราสามารถนำไปปรับใช้ในการลงทุนทำธุรกิจได้

                 http://www.dbd.go.th  กรมพัฒนาธุกิจการค้า
                      -  เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ วิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน  เพื่อเรียนรู้ นำองค์ความรู้มาปรับใช้กับธุรกิจใด้ เพื่อรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจที่จะเกิดขึ้นได้

                 http://www.thaispa.go.th สำนักงานส่งเสริมธุรกิจการค้า
                       - เพื่อศึกษาหาความรู้ ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกิจต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพ และเป็นแนวทางในการต่อยอดไปทำธุรกิจแบบอื่นด้วย

1.3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน
      ตอบ http://www.teenee.com ทันทุกเรื่อง ฮิตทุกเหตุการณ์
                       - เพื่อติดตามข่าวสารบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวดารา เหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง ความรู้ทั่วๆไป
                    - เพื่อเพื่อเกาะติดสถานการณ์ เหตุการณ์ภัยธรรมชาติได้มันท่วงที โดยศุนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
                  - เพื่อรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองได้ทันท่วงที

                http://www.mict.go.th กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทสและการสื่อสาร
                        - เพื่อติดตามข่าวสารที่ทันต่อเหตุการณ์บ้านเมือง ที่เกี่ยวกับเรื่องสารสนเทศและการสื่อสาร 

                  http://www.tot.co.th  TOT
                          - เป็นช่องทางที่ประชากรส่วนหนึ่งใช้ในการสื่อสารต่างๆ เพื่อความรวดเร็ว และสะดวกสบาย

1.4  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม
       ตอบ  http://www.dip.go.th/  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
                      -เพื่อเปนการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เร็วและเทียบเท่ากับนานาประเทศ ที่เขาได้มีการพัฒนาแล้ว

                   http://www.diw.go.th  กรมโรงงานอุตสาหกรรม
                            - เพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ในงานอุตสาหกรรมแต่ละแห่ง และเพื่อเป็นการเพิ่มเติมความรู้ที่จะนำไปต่อยอดในการพัฒนาด้านุตสาหกรรม

                   http://www.research.rmutt.ac.th  
                                   -การพัฒนามาตรฐานอาชีพนักบัญชีที่ตอบสนองต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
                       
1.5  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์
       ตอบ  http://www.xn--12car1cucw3a1bde6i0cc5f2hmhk.com/ อุปกรณ์ทางการแพทย์
                                - เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เราได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้เบื่องต้น ว่าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร สามารถใช้งานแบบไหนได้ คือสามารถให้ความรู้ได้

                   http://www.tmc.or.th แพทยสภา
                                 - เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้เบื้องต้นว่า ก่นะมาเป็นแพทย์ได้นั้นต้อทำอย่างไร คุณสมบัติของแพทย์ที่ดีเป็นอย่างไรและได้รู้ถึงเกณ์มาตรฐานของการประกอบวิชาีพพทย์ด้วย 
                    http://w2.md.chula.ac.th คณะแพทย์ศาสตร์
                                    - เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถพาเราเข้าไสืบค้นข้อมูลความรู้ต่างๆได้ และนี่ก็เป็นอีกเว็บไซต์หนึ่งที่ช่วยให้นักศึกษาที่ต้องการอยากเรียนแพทย์เข้ามาหาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาแพทย์ได้
                     
1.6  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ
       ตอบ  http://www.boardofroyalthaipolice.go.th สำนักคณะนโยบายตำรวจแห่งชาติ
                                  -สามารถให้ประชาชนทั่วไปมาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพตำรวจ หรือถ้าบุคคลใดที่มีความสนใจในวิชาชีพตำรวจ
                                    - เทคโนโลยีสมัยใหม่นี้จะช่วยในวิชาชีพตำรวจเป็นอย่างยิ่ง เช่น ช่วยในการตรวจจับผู้ร้าย 
                   http://dnr.ac.th 
                                    - สำหรับบุคคลที่สนใจอยากประกอวิชาชีพตำรวจ สามารถศึกษาข้อมูลได้ 
อย่างรวดเร็ว 
                  http://www.atc-rta.com  -สามารถให้ประชาชนทั่วไปมาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพทหาร หรือถ้าบุคคลใดที่มีความสนใจในวิชาชีพทหาร

1.7  การประยุกตใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม
        ตอบ  http://www.coe.or.th สภาวิศวกร
                          -  สามารถให้ประชาชนทั่วไปมาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพวิศวกร หรือถ้าบุคคลใดที่มีความสนใจในวิชาชีพวิศวกร

                     http://www.coe.or.th
                              -  กฎหมายเป็นอีกหนึ่งอย่างที่มีความสำคัญมากกับวิศวกรรม เพราะการต่อยอดทางวิศวกรรมต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่กำหนดไว้ เพื่อความปลอดภัยและเป็นธรรม

                    http://www.pantown.com
                              - เทคโนโลยีมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นสิ่งช่วยต่ยอดทางวิศวกรรม เพื่อให้เทียบชั้นกับต่างชาติ
                     
1.8   การประยุกตใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรม
       ตอบ http://scitech.kpru.ac.th
            -เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรมเป็นการเรียนรู้อีกอย่างที่มีความน่าสนใน และเป็นความรู้ที่ควรรู้ เพื่อนำไปพัฒนาทางด้านเกษตรกรรม

                  http://www.aopdt05.doae.go.th
               -  สามารถให้ประชาชนทั่วไปมาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรรม หรือถ้าบุคคลใดที่มีความสนใจในวิชาชีพเกษตรกรรม

                 http://www.oae.go.th
                    -เทคโนโลยีสามารถพัฒนาด้านเกษตรกรรมได้เร็วขึ้น

                                       
1.9  การประยุกตใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่างๆ
                       -เพื่อให้การเรียนรู้เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย รวมถึงคนที่พิการด้วย

                    http://www.skb.ac.th
                   -สารสนเทศและเทคโนโลยีสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ และเทคโนโลยีสมัยนี้ก็เข้าถึงได้ง่าย

                  http://www.techxcite.com
                     -เพื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย และทันต่อเหตุการณ์ที่ผู้พิการจะได้รับ    

    
2.มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้ท่านมีอะไรบ้าง บอกตัวอย่างมาอย่างน้อง3ข้อ
               ตอบ http://www.reg.msu.ac.th

       1.ลงทะเบียนเรียน
       2.ดูตารางเรียนนิสิต
       3.ตรวจสอบจบ
       4.ตรวจสอบผลการเรียน

3.ข้อ2จงวิเคราะห์ว่าท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองอย่างไรบ้าง
            ตอบ การนำมาใช้ให้เกิดประโยชนนั้น ทำได้โดย นำมาเพื่อวางแผนการศึกษาของตนเอง เพื่อที่จะสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร และสามารถที่จะประเมินการศึกษาของตนได้ว่าอยู่ในระดับไหน เพื่อนำมาปรับปรุงและเปรียนแปลงวิธีการเรียนของตนเองให้ดีขึ้น